Thailand Web Stat

SCBAM : Morning Update ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2567

🟣Morning Update by SCBAM

📊 Major Equity Indices: S&P500+1.02%, NASDAQ+1.18%, Russell2000+1.10%

STOXX600+0.91%, Nikkei225+0.61%, HSCEI-0.39%, CSI300-0.32%, KOSPI+0.02%, NIFTY-0.45%, SET+0.25%, VNINDEX-0.60%, TH Reits+0.08%, SG Reits+0.59%

📊 Sector Return: Technology-XLK(+1.45%), Materials-XLB(+1.34%), Health Care-XLV(+0.95%), Communication Services-XLC(+0.63%), Consumer Staples-XLP(+0.44%), Financial-XLF(+0.38%)

📊 USBY2Y 4.62%, USBY10Y 4.28%, WTI $82.10/bbl (+0.8%), Gold $2,371.26/oz (+0.3%), DXY 105.05

📰 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะกลุ่ม Semi รับข่าวบวกหลัง TSMC รายได้เติบโตกว่าคาดจากกระแส Gen AI ขณะที่ท่าทีประธาน Fed ต่อสภาครองเกรสในวันที่ 2 ยังออกโทนผ่อนคลายต่อเนื่อง ทั้งนี้นักลงทุนติดตามรายงานเงินเฟ้อ CPI ในคืนนี้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.

📰 ประธาน Fed ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยในไม่ช้า โดย Fed กำลังให้ความสำคัญกับตลาดแรงงานที่ชะลอตัว ขณะที่จะไม่รอเงินเฟ้อปรับเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ก่อนถึงค่อยเริ่มลดดอกเบี้ย

⏭️ FedWatch Tool ล่าสุดให้โอกาส 70% ที่ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. โดยคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในปีนี้ทั้งหมด 2 ครั้ง

📰 Inflation Nowcasting ซึ่งเป็นแบบจำลองคาดการณ์เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ของ Fed สาขา Cleveland คาดว่าเงินเฟ้อ CPI จะอยู่ที่ 0.07%MoM และ 3.12%YoY ส่วน Core CPI จะอยู่ที่ 0.28%MoM และ 3.52%YoY

⏭️ JP Morgan คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะตอบสนองเชิงบวก หากรายงานเงินเฟ้อ CPI เมื่อเทียบรายเดือนออกมาต่ำกว่าระดับ 0.25%MoM โดยให้โอกาสราว 82.5% ที่เงินเฟ้อจะต่ำกว่าระดับดังกล่าว

📰 ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานปรับตัวบวกลบสลับกันไป โดยตลาดหุ้นจีนถูกแรงกดดันจากรายงานเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด สร้างความกังวลต่อสภาวะเงินฝืด

📰 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือนต่ำกว่าคาดและเดือนก่อน (-0.2% vs -0.1% vs -0.1%MoM) ขณะที่เมื่อเทียบรายปีต่ำกว่าคาดและเดือนก่อนเช่นกัน (+0.2% vs +0.4% vs +0.3%YoY) สะท้อนการบริโภคของคนจีนยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

📰 ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย. ออกมาตามคาดและหดตัวน้อยกว่าเดือนก่อน (-0.8% vs -0.8% vs -1.4%YoY) ถือว่าดีขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังหดตัวจึงอาจยังไม่ดีพอที่จะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวการบริโภคของจีน

⏭️ เรามีมุมมองเป็นกลางต่อตลาดหุ้นจีนแม้ตลาดหุ้นจะปรับตัวลงรับข่าวร้ายมาพอสมควรแล้ว แต่ยังขาดปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ติดตามการประชุม Third Plenum ในสัปดาห์หน้า รวมถึงผลการประชุม Politburo ที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนนี้อีกครั้ง ว่าจะมีมาตรการหนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่

📰 TSMC ผู้ผลิต semiconductor รายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยรายได้ 2Q24 ที่ 6.73 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันสูงกว่าตลาดคาดที่ 6.54 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือเติบโต +32%YoY จากแรงหนุนความต้องการ AI ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีกำหนดการรายงานงบเต็มรูปแบบในวันที่ 18 ก.ค.

⏭️ รายงานข้างต้นหนุน sentiment การลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semi และช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวกต่อธีมการลงทุน “AI Spreading” ของเราต่อไป

📰 พนักงานบริษัท Samsung Electronics นัดหยุดงานประท้วงไม่มีกำหนด หลังเริ่มการหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 3 วันเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันเรื่องอัตราการขึ้นค่าจ้าง ระบบการลางาน และโบนัสได้ แม้หารือกันหลายรอบแล้วก็ตาม ทั้งนี้ทางบริษัทให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า การผลิตชิปจะไม่หยุดชะงักในช่วงสองวันแรกของการประท้วง แต่สหภาพแรงงานเปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารของบริษัทไม่มีความกระตือรือร้นที่จะหารือ พร้อมย้ำว่า การประท้วงครั้งนี้ส่งผลให้การผลิตชิปหยุดชะงัก

⏭️ ติดตามสถาณการณ์ดังกล่าวต่อไป หากลากยาวต่อไปอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการผลิตชิปและคาดการณ์รายได้และกำไรบริษัทปีนี้

📰 กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกมีเงินลงทุนไหลเข้าเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนมิ.ย. จากยุโรปและเอเชียเพิ่มการเข้าซื้อ ทั้งนี้กองทุน ETF ทองคำมีเงินทุนไหลเข้า 1.4 พันล้านเหรียญฯหรือเท่ากับการซื้อทองคำ 17.5 เมตริกตันในเดือนมิ.ย. ทำให้มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารของ ETF ทองคำอยู่ที่ 2.33 แสนล้านเหรียญฯ

⏭️ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนทองคำสำหรับใช้กระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน โดยสถิติในอดีตบ่งชี้ราคาทองมักปรับตัวขึ้นได้ดีหลัง Fed เริ่มปรับลดดอกเบี้ย

🔰 Outlook & Implication

✅️ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ช่วงปลายสัปดาห์ หากออกมาชะลอตัวลง หรือ ต่ำกว่าคาดจะยิ่งเพิ่มโอกาสที่ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในเดือนก.ย. ซึ่งสอดคล้องกับสมมุติฐานหลักของเราที่ว่า “Soft Landing” & “Rate Cut Cycle” โดยสถิติในอดีตบ่งชี้ว่าในปีที่ Fed เริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ถดถอยในระยะ 6 เดือนหลังจากนั้น ตลาดหุ้นโลกมักปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะ 6 เดือนทั้งก่อนและหลัง Fed เริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรก ประกอบกับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้เราคาดว่าการลดดอกเบี้ยแม้เหลือเพียง 1 ครั้งก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นต่อไป

✅️ สำหรับธีมการลงทุนหลักของเราในกรอบระยะเวลา 3-6 เดือนได้แก่ “AI Spreading” (SCBDIGI, SCBSEMI, SCBROBOA, SCBUSA), “Asia in Focus” (SCBKEQTG, SCBVIET)

 

แหล่งที่มา : SCBAM

แหล่งข้อมูล : บล.เว็ลธ์ เมจิก