Thailand Web Stat

เปรียบเทียบ ลงทุนด้วยตัวเอง VS ลงทุนด้วยระบบ ต่างกันอย่างไร?

              ในยุคที่การลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว สามารถเข้าถึงได้ง่ายทุกช่วงวัย และเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยสร้าง Passive Income ให้กับนักลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายเกษียณได้เร็วมากยิ่งขึ้น แต่ในโลกของการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ดังนั้น นักลงทุนต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และเวลามากพอที่จะศึกษาก่อนเริ่มลงทุน หลายคนคงเกิดคำถามว่า

“แล้วคนที่อยากลงทุน แต่ ไม่มีเวลาศึกษามากพอ หรือมีประสบการณ์น้อย ทำอย่างไรดี?”

              ปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบ และเครื่องมือขึ้นมามากมายเพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์แนวทางการลงทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์ด้วยตนเองอีกด้วย เนื่องจากมนุษย์จะมีการลำเอียงในการตัดสินใจบางเรื่องโดยธรรมชาติ ซึ่งระบบต่างๆ เหล่านี้ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียวสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผู้ช่วยในการบริหารจัดการการลงทุน ดังนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าการลงทุนด้วยตนเอง กับการที่มีระบบมาช่วย จะมีข้อแตกต่างกันอย่างไร

ข้อดีของการลงทุนด้วยตัวเอง

  1. ได้ศึกษาความรู้   ก่อนที่จะลงทุนนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์ที่จะลงทุนโดยละเอียด กลไกทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าตลาดด้วย ซึ่งการศึกษาด้วยตนเองจะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. สร้างวินัยที่ดีในการลงทุน   การที่ต้องฝึกวางแผนและบริหารความเสี่ยงด้วยตนเองเป็นการฝึกวินัยที่ดีอย่างหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยกำหนดสไตล์การลงทุนที่ชัดเจน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งดีกว่าการลงทุนไปเรื่อยๆ แบบไม่กำหนดเป้าหมาย
  3. ความยืดหยุ่น   การลงทุนด้วยตัวเองมีความยืดหยุ่นมากกว่า เนื่องจากสามารถกำหนดการลงทุนได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่การลงทุนก็จะไม่กระจายไปหลากหลายสินทรัพย์ เพราะนักลงทุนจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ตนเองมีความเข้าใจมากกว่า
  4. เงินลงทุน   การลงทุนด้วยตัวเองเราสามารถกำหนดเงินลงทุนเริ่มต้นได้เอง เลือกได้ว่าจะลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่าไร จะทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอด้วยวิธี DCA หรือลงทุนครั้งเดียวด้วยเงินก้อน ซึ่งต่างจากการลงทุนด้วยระบบที่นักลงทุนไม่ต้องแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนเอง เพราะมีระบบคอยบริหารจัดการเงินทุนนั้นให้แล้ว 

ข้อดีของการลงทุนด้วยระบบ

  1. ประหยัดเวลา   โดยปกติแล้วนักลงทุนจะต้องติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และคอยเฝ้าหน้าจอเพื่อไม่ให้พลาดการเปลี่ยนแปลงของตลาด แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา ระบบก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านนี้ เนื่องจากมีการตั้งค่าโปรแกรมไว้แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ระบบก็พร้อมจะปรับพอร์ตให้เข้ากับความเสี่ยงของนักลงทุนทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์อ่อนไหวเช่นนี้
  2. จับสัญญาณและจังหวะในการลงทุนได้อย่างแม่นยำ   การลงทุนด้วยตนเองนั้นนักลงทุนต้องคอยจับจังหวะด้วยตนเอง ทั้งการเข้าซื้อและขาย จนบางครั้งอาจจะมีพลาดจังหวะที่ดีไป แต่เมื่อมีระบบเข้ามาระบบจะทำตามคำสั่งที่ป้อนโดยจับจากสัญญาณของตลาด ทำให้การลงทุนมีความแม่นยำกว่าการวิเคราะห์ด้วยตนเอง
  3. การกระจายความเสี่ยงและลงทุนได้หลากหลาย   เนื่องจากระบบจะวิเคราะห์การลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะกับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคน ทำให้นักลงทุนมีโอกาสลงทุนได้หลายสินทรัพย์มากกว่า อีกทั้งนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนน้อยก็มีโอกาสลงทุนได้อย่างหลากหลายเช่นกัน โดยมีระบบเป็นผู้ช่วยในการดูแลสินทรัพย์
  4. ไม่มีอคติในการตัดสินใจ   โดยปกติแล้วนักลงทุนจะมีความรู้สึก หรืออารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ บางคนถึงแม้ว่าจะขาดทุนแต่ก็ยังไม่ยอมขาย หรือปรับเปลี่ยนพอร์ต เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็กลับมามีกำไร แต่การใช้ระบบตัดสินจะไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ทนต่อแรงกดดันจากสภาวะตลาด และสามารถตัดสินใจได้โดยไร้อคติ

              จะเห็นได้ว่าการลงทุนด้วยตัวเอง และการลงทุนด้วยระบบมีความแตกต่างกัน อีกทั้งมีข้อดีกันไปคนละแบบ ซึ่งการตัดสินใจลงทุนในรูปแบบใด ขึ้นกับความสะดวกและความชอบของนักลงทุนแต่ละคน และแน่นอนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น นักลงทุนควรเข้าใจหลักการลงทุนโดยเบื้องต้น ศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง