เฮ้อ!…. รู้ยังงี้ไม่ลงทุนดีกว่า

          อ้าว…พูดอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ฟังดูทะแม่งๆ ราวกับว่า เมื่อตอนจะลงทุน ไม่รู้มาก่อนไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่คิดว่า จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น อย่างนี้จึงว่า ถ้ารู้ก็คงจะไม่ลงทุน ไม่ทำ ไม่เอาแล้ว หนักเข้าไปอีก อย่าบอกนะครับว่าลงทุนไป โดยไม่มีความรู้ ไม่ได้ศึกษา อะไรมาก่อนเกี่ยวกับสิ่งที่จะลงทุน ลงทุนตามๆเขาไป ฟังใครเขาพูดๆ กันมาว่า ดี หรืออ่านข้อความต่างๆ ที่เขาเขียนเชียร์ๆ กันก็เลยเอากับเขาบ้างเคยได้ยินไหมครับ กับประโยคคลาสสิค ประโยคนี้ “การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” นักลงทุน โดยส่วนใหญ่จะผ่านตาซึ่งประโยคนี้ แต่ก็มัก จะปล่อยให้ผ่านไป โดยไม่ใส่ใจ หรือตระหนักอะไร กับมันมากนักพูดในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ ณ ตอนนั้นๆ (เมื่อแรกเริ่ม ที่จะลงทุนหรือกำลังตัดสินใจ ที่จะลงทุน)ยังไม่เข้าใจ หรือซาบซึ้ง ซึ่งนัยแฝงที่แท้จริงของมัน (ก็อยากจะลงทุนแล้วนิ และเห็นแต่เพียง ผลตอบแทนที่สวยหรู ตามที่วาดฝันไว้ ลอยอยู่ตรงหน้า พร้อมให้ไขว่คว้า) ตราบจนเมื่อ ผลของการลงทุน เกิดความพลิกผัน ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และเลวร้ายลงจนถึงขั้น ที่ทำให้ต้องเริ่มถอนหายใจและอยากระบายความรู้สึก ที่อัดอั้นออกมา ดั่งหัวเรื่องที่นำเสนอนี้ ตราบนั้นก็จะฉุกใจ ได้คิดถึงนัยของข้อความเตือนที่คลาสสิกนี้

          โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่านักลงทุนรายย่อย เกือบทุกท่าน ในปัจจุบัน รู้ตัวว่าตนเอง อยากที่จะทำอะไรเพราะอะไรถึงอยากจะทำ รวมถึงควรจะต้องทำอย่างไร แต่ในเรื่องของ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในสิ่งที่จะทำ และในสภาพแวดล้อม ที่สิ่งนั้นดำรงอยู่และจะต้องดำเนิน ต่อเนื่องไป ตลอดจนถึงในสภาวะเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวเนื่อง ยังเป็นคำถาม ที่คาใจอยู่เสมอหากความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ในสิ่งที่จะกระทำนั้น มีอยู่จริงในตัวนักลงทุน ทุกผู้ทุกนามนอกเหนือ จากการรู้ตัวเอง ว่ากำลังจะทำอะไรแล้วไซร้คงไม่มีหัวข้อเช่นนี้ ให้มาต้องถกกันแล้วละ จริงไหมครับ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า สภาพเช่นนี้ จะจำเพาะ เจาะจงกับเพียงนักลงทุนรายย่อยหากเป็นนักลงทุนสถาบัน จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่นะครับถ้าได้ติดตามข่าวคราวในโลกการลงทุน เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านทั้งหลาย อาจสะดุดตากับข่าวที่ว่าบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ของจีน กำลังปวดหัวอย่างหนัก กับดีลการลงทุนที่เกิดจากการ เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทประกันในยุโรป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ก็ได้ทำการบ้านมาอย่างดี(ข่าวเขาเน้นนะ) ทำการวิเคราะห์ และเฝ้ารอจนราคาหุ้นตกลงมาสู่ระดับที่คิดว่าเหมาะสมแล้วจึงทำการซื้อ กระนั้นก็ตาม นับจากวันที่ซื้อเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันราคาหุ้นดังกล่าวไม่เคยโงหัวขึ้นอีกเลย มีแต่ทรุดกับทรุด และที่น่ากลัว ยิ่งกว่านั้นคือการที่ไม่สามารถคาดการณ์ ได้เลยว่า สถานการณ์เลวร้าย ที่เผชิญอยู่นั้นจะไปสิ้นสุด ณจุดใด เมื่อไร  (ข่าวจบลง ด้วยบทสรุปที่ว่าการที่มีแต่เงินลงทุน ไม่ได้หมายความถึงการลงทุน จะประสบความสำเร็จหากไม่มีความเข้าใจ ในสภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์และสภาพแวดล้อม การลงทุน ท้ายข่าวยังบอกอีกว่าทีมผู้บริหาร ที่ตัดสินใจลงทุนดังกล่าว กำลังถูกตั้งกรรมการสอบด้วย)

          เอาละ มาลองดูกันว่า แล้วใน WealthMagik มีฟังก์ชันอะไรบ้าง ที่จะช่วยเสริมเขี้ยวเล็บ ให้แก่นักลงทุนรายย่อยทั้งหลายเพื่อให้เกิด ทั้งความเข้าใจ และความรู้ ในสิ่งที่จะทำ หากท่านสังเกต ด้านบนของเว็บ ในหน้าหลักจะพบtab ที่น่าสนใจ และเกี่ยวเนื่องโดยตรงอยู่อย่างน้อย2 tabs ด้วยกันคือ รอบรู้การลงทุน และ ข่าวสารการลงทุนลองคลิ๊กเข้าไปดูครับ หลากหลายสาระ รอท่านอยู่ในนั้น จัดหนักให้เสมือน ดั่งท่านมีเลขาส่วนตัวช่วย สรุปข่าวให้ในแต่ละวันแต่ละช่วงเวลาเลยละ (เขาเตรียมให้เราขนาดนี้แล้ว ที่สำคัญ ฟรีด้วย จะไม่ลองเข้าไปอ่าน ไปใช้ประโยชน์ ก็ใจดำเกินไปหน่อยแล้ว) นอกจากนี้ ด้านล่างของเว็บ ยังมีลิงค์ Our Partner ซึ่งจะนำไปสู่เว็บของกลต. ปลูกความรู้คู่การลงทุน ที่พร้อมจะช่วยเพิ่มปีก ให้แก่นักลงทุนทั้งหลายให้ได้โบกบิน ไปสู่ฝันอย่างมั่นใจและมั่นคง

          ถึงจุดนี้คงไม่มีใครปฎิเสธ ความเป็นจริง ของประโยคที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ขณะที่ความเสี่ยง เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่อยู่ในวิสัยที่สามารถจะจัดการได้ในโลกของการลงทุน ทุกที่ที่มีผลตอบแทนที่นั้นย่อมมีความเสี่ยง และความสูญเสียแฝงอยู่ นักลงทุนอย่างเราๆ ท่านๆจะรอดปลอดภัยอยู่ได้ ก็ด้วยการปลูกฝังตนเอง ให้เกิดซึ่งความรู้ และความเข้าใจ ในสิ่งที่กำลังจะลงทุนสภาพแวดล้อมของการลงทุน และสภาวะเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง บนพื้นฐานของการจัดการ ครอบคลุมความเข้าใจตนเองในประเด็นปรัชญาความเสี่ย งและขีดความสามารถ ในการแบกรับความเสี่ยงและความสูญเสีย

          หวังว่า อีกไม่นานเกินรอหัวเรื่องที่นำเสนอนี้ จะกลับกลายเป็นล้าสมัย และถูกแทนที่ด้วย “ว้าว! รู้อย่างงี้ลงทุนไปนานแล้ว” ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการลงทุนครับ

                

                                                                                                                                                                        Risky Rocky

ปล.: บทความข้างต้นเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางบริษัท