ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารหนี้

กองทุนรวมมีหลายประเภทซึ่งความเสี่ยงจากการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมแต่ละกองจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ“นโยบายการลงทุน” ของกองนั้น ๆ โดยทั่ว ๆไปกองทุนรวมตราสารหนี้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่ากองทุนรวมตราสารทุนเนื่องจากกองทุนรวมตราสารหนี้จะลงทุนในหุ้นกู้หรือพันธบัตรซึ่งจะได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปของอัตราดอกเบี้ยและราคาของหุ้นกู้หรือพันธบัตรมีความผันผวนไม่มากเท่ากับหุ้นซึ่งเป็นตราสารทุน

ความเสี่ยงที่น้อยกว่าไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (interest rate risk)

เป็นความเสี่ยงจากตลาด (market risk)ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาของหุ้นกู้หรือพันธบัตร

เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระบุบนใบหุ้นกู้จะทำให้ราคาของหุ้นกู้ที่ซื้อขายในตลาดรองปรับตัวลดลงซึ่งหากผู้ลงทุนขายหุ้นกู้จะได้รับผลขาดทุนทันที หากถือต่อไปผู้ลงทุนจะยังคงได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุบนใบหุ้นกู้ซึ่งคงที่ตลอดอายุของหุ้นกู้แต่ผู้ลงทุนจะเสียโอกาสที่จะได้เลือกลงทุนเพื่อรับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า
ในทางกลับกันเมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระบุบนใบหุ้นกู้จะทำให้ราคาของหุ้นกู้ที่ซื้อขายในตลาดรองปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งหากผู้ลงทุนขายหุ้นกู้จะได้รับผลกำไรทันทีหากถือต่อไปผู้ลงทุนจะยังคงได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุบนใบหุ้นกู้ซึ่งคงที่ตลอดอายุของหุ้นกู้เช่นกัน
ความเสี่ยงจากฐานะของผู้ออกหุ้นกู้
เป็นความเสี่ยงจากการไม่ได้รับคืนเงินต้นและดอกเบี้ย (credit risk)คือกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้มีฐานะทางการเงินไม่มั่นคงหรือประสบปัญหาการดำเนินงานจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามเวลาที่กำหนดหรือที่เรียกกันว่า "ผิดนัดชำระหนี้" ทั้งนี้ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐหรือที่เรียกกันว่าพันธบัตรรัฐบาล แม้จะไม่มี creditrisk แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน

ผลกระทบจากความเสี่ยง
ความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่กระทบต่อราคาตามกล่าวข้างต้นย่อมส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV) ของกองทุนรวม เนื่องจาก ตามหลักสากล NAV คำนวณมาจากราคาตลาดของตราสารหนี้(mark to market)ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่ดังนั้น ในกรณีที่ NAV ของกองทุนรวมตราสารหนี้ปรับตัวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ไม่ได้หมายความว่ากองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนขาดทุนแท้จริงทันทีซึ่งหากหน่วยลงทุนดังกล่าวเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดผู้ถือหน่วยลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจไถ่ถอนหน่วยลงทุนว่าการปรับตัวของ NAV มีสาเหตุมาจากอะไรโดยการไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้กองทุนรวมต้องขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่ในราคาถูกเพื่อนำเงินมาชำระคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและทำให้เกิดผลขาดทุนที่แท้จริงทันที

ข้อแนะนำสำหรับการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้

อ่านและศึกษาหนังสือชี้ชวนและโครงการจัดการกองทุนรวมอย่างละเอียดและรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ศึกษาความเสี่ยงจากการลงทุน และรู้จักประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่นต้องทราบว่าหากลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาวจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยมากกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถสอบถามได้จากบริษัทจัดการหรือตัวแทนขายหน่วยลงทุนซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง
ติดตามข่าวสารที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
หากท่านเป็นผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นแต่ยังคงต้องการให้มีการไถ่ถอนได้ในระหว่างอายุของกองทุนรวมผู้ลงทุนก็ควรเลือกลงทุนในกองทุนเปิดที่มีการเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นช่วง ๆ(interval fund) ซึ่งนอกจาก ช่วยลดผลกระทบที่กล่าวข้างต้นแล้ว interval fundยังช่วยให้ผู้จัดการกองทุนรวมสามารถบริหารการลงทุนให้สอดคล้องกับกำหนดการไถ่ถอนเพื่อให้ผู้ถือหน่วยได้รับประโยชน์สูงสุดด้วย
…..ความเสี่ยงย่อมเกิดควบคู่กับผลตอบแทนการศึกษาให้เข้าใจความเสี่ยงจึงเป็นวิธีการลงทุนอย่างชาญฉลาด….