ไม่เห็นจะแตกต่างระหว่าง การจัดการการลงทุน กับการจัดการธุรกิจ

               หลายๆ ท่านเมื่อได้เห็นจั่วหัวเรื่องข้างต้น อาจจะเกิดความสงสัยว่าหมายความว่าอะไร?  อะไรที่ว่าไม่แตกต่าง? แล้วมันเกี่ยวข้องอย่างไรกับ WealthMagik ล่ะ!


                ก็ WealthMagik เป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการ จัดการการลงทุนส่วนบุคคล ดังนั้น แน่นอนว่า ความแตกต่างหรือไม่แตกต่างที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ย่อมต้องสัมพันธ์กับการจัดการการลงทุนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ต้องขอออกตัวเสียก่อนว่า สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เกี่ยวเนื่องกับ การจัดการในเชิงกรอบและแนวคิดเป็นพื้น ซึ่งอาจจะหนักไปบ้าง ในสายตาของบางท่าน ว่าเป็นเรื่องหรือเน้นวิชาการมากเกินไปหรือเปล่าแต่ก็ได้ออกตัวไปก่อนแล้วนะ คงไม่ว่ากัน…

                การลงทุนของบุคคลแต่ละบุคคล ก็เหมือนกับการประกอบธุรกิจของกิจการต่างๆ หากเป้าหมายของการประกอบธุรกิ จคือการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ฉันใดก็ฉันนั้น การลงทุนของแต่ละบุคคล ก็เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้เกิดแก่ตัวบุคคลนั้นๆ พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ทุกคนที่ลงทุน (ในที่นี้เราละประเด็นประเภทต่างๆ ของการลงทุนไว้ก่อน) ย่อมหวังว่าจะได้รับ ผลตอบแทน สูงสุดจาการลงทุนนั้นๆ แน่นอนว่า หากเรื่องการลงทุนนั้น เราสามารถจะควบคุมได้เหมือนการทดลองต่าง ๆในห้องทดลอง ที่ซึ่งเราสามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามากระทบต่อการทดลองได้โลกนี้คงเต็มไปด้วย คนที่มั่งคั่งจากการลงทุน  เอ๊ะ! ก็ไม่แน่เสมอไปนะ มองในมุมกลับกัน อาจไม่มีเรื่องหรือประเด็นการลงทุนให้ต้องมาถกกันก็ได้เพราะ การลงทุน จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมาย ในสายตาของคนทั่วไปอีกต่อไป เพราะไม่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ก็ในเมื่อทุกคนดันเหมือนกันหมด คือมีแต่ความมั่งคั่งยังไงครับ

                ถึงจุดนี้ ขอบอกก่อนว่า การลงทุนเป็นเรื่องที่เราจัดการได้ แต่ไม่สามารถควบคุมมันได้ ทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ ลองจินตนาการในลักษณะนี้ดู สมมติว่า เราต้องการดื่มน้ำอัดลม และร้านสะดวกซื้ออยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เรายืนอยู่ วิธีการที่จะข้ามไปยังร้านสะดวกซื้อนั้น ก็ย่อมเป็นไปได้หลากหลายวิธี เช่น การเดินข้ามไปโดยใช้ทางม้าลาย โดยใช้สะพานลอยคนข้าม (หากมี) ตัดข้ามถนนโดยไม่สนใจทางม้าลาย หรือสะพานลอยคนข้าม (เอาสะดวกเข้าไว้) หรือนั่งรถสามล้อ หรือรถแท็กซี่ เป็นต้น เห็นไหมครับว่ามีหลากหลายวิธี ที่จะช่วยให้เราข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อให้ได้มา ซึ่งสิ่งที่เราต้องการการที่จะเลือกวิธีการใด ที่เหมาะสม ย่อมต้องอยู่บนพื้นฐาน ของการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลัก ที่จะพูดคุยกันในวันนี้ (การพิจารณาทางเลือกจะได้นำเสนอ ในโอกาสถัดไป) เอาเป็นว่า เราเลือกวิธีที่จะข้ามได้แล้ว ซึ่งก็คือการเดินข้าม โดยใช้ทางม้าลาย คุณแน่ใจไหมครับว่า สุดท้ายเราจะได้ดื่มน้ำอัดลมตามที่ต้องการ…

                ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในการดำเนินกิจการนั้น เกิดจากความสามารถ ในการรักษาความสมดุล ระหว่าง ผลตอบแทน ความเสี่ยงและการเลือกใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีให้เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพสูงสุด กรอบและแนวคิดนี้ สามารถประยุกต์มาใช้กับกิจกรรม การลงทุนของบุคคลเฉกเช่นเดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ของความมั่งคั่งในชีวิต การลงทุนคือ กลยุทธ์ อย่างไรก็ดี การดำเนินการตามกลยุทธ์ที่เลือกแล้วว่าเหมาะสม ก็ไม่ได้หมายความว่า จะราบเรียบราบรื่น ตามที่คาดหวังไว้  ระหว่างทาง ที่ดำเนินการตามกลยุทธ์นั้น ก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามากระทบอยู่เสมอ เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นก็มีทั้งที่ดี แน่นอนว่าย่อมส่งผลเกื้อหนุน ต่อการลงทุนของเรา ให้เข้าใกล้เป้าหมาย ได้เร็วขึ้นได้มากขึ้น (ทุกคนที่ลงทุนย่อมหวังแต่สิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้น จริงไหมครับ) ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์นั้นๆ ก็อาจจะส่งผลเชิงลบ ต่อการลงทุน ทำให้ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็มักจะภาวนากัน ขอให้เกิดผลกระทบเพียงแผ่วเบา อย่าได้รุนแรงถึงขั้นหมดสิ้นเงินลงทุน

                ในเชิงวิชาการ เหตุการณ์ที่ดี ก็เรียกให้ไพเราะว่า โอกาส เพราะเราควรที่จะฉกฉวยมัน หรือใช้ประโยชน์จากมัน มาเสริมสร้างความมั่งคั่งต่อโดยผ่านทางการคิดค้นกลยุทธ์ หรือทางเลือกการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เหตุการณ์ที่ไม่ดี ก็เรียกว่าเป็น ความเสี่ยง ซึ่งเราต้องหา วิธีการจัดการให้อยู่ในขอบเขต ที่ยอมรับกันได้ ดังนั้น หากเราเลือกใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่บนพื้นฐานของการจัดการ ให้เกิดความสมดุล ระหว่าง ผลตอบแทน และความเสี่ยง อย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ เราทุกท่าน ก็น่าที่จะประสบความสำเร็จ ในการลงทุน

                                                                                                                                           

Risky Rocky

 

ปล.: บทความข้างต้นเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางบริษัท